สถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มบริเวณชายแดนเนปาล-จีน (เขตปกครองตนเองทิเบต) ยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ล่าสุดทางการเนปาลรายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตในประเทศพุ่งขึ้นแตะ 626 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 2,400 คน ซึ่งรวมถึงชาวอเมริกันราว 90 คน ท่ามกลางความยากลำบากในการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยที่ถูกตัดขาดจากถนน ไฟฟ้า และระบบสื่อสาร

สาเหตุจากธารน้ำแข็งถล่ม

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าภัยพิบัติครั้งนี้เกิดจากการวิบัติของธารน้ำแข็งอย่างฉับพลันบริเวณอุทยานแห่งชาติลังตัง ประเทศเนปาล ใกล้ชายแดนจีน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 และมวลน้ำท่วมกับโคลนถล่มได้เคลื่อนตัวไปไกลเกือบ 100 กิโลเมตร กระทบพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ตลอดเส้นทาง ด้านสื่อต่างประเทศรายงานว่าธารน้ำแข็งบางส่วนใกล้ยอดเขาลังตังลิรุงแตกออกและพุ่งลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง จนก่อให้เกิดหิมะถล่มและดินถล่มตามมา ก่อนที่กระแสน้ำปนน้ำแข็งและหินจะไหลบ่าลงสู่ท้ายน้ำ

แรงกระแทกจากการถล่มรุนแรงจนเครื่องมือวัดแผ่นดินไหวตรวจจับได้เทียบเท่าแผ่นดินไหวขนาด 4.4 ในตอนแรก แต่ต่อมา USGS ได้ทบทวนและยืนยันว่าสัญญาณแผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดจากแรงสั่นสะเทือนของดินถล่มเอง ไม่ใช่แผ่นดินไหวจริง โดยเหตุการณ์นี้ถูกบันทึกในภายหลังว่ามีขนาดเทียบเท่าแผ่นดินไหว 5.2

ความสูญเสียในฝั่งจีนและทิเบต

ขณะที่ทางการจีนรายงานแยกต่างหากว่า ในเขตทิเบตมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย และมีผู้สูญหายอีก 554 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วยจำนวนมาก โดยคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบริเวณด่านพรมแดนจี๋หรงเผยให้เห็นนาทีวิกฤตที่ผู้คนพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอดก่อนที่มวลโคลนและเศษซากจะถาโถมเข้าปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

นักท่องเที่ยวแสวงบุญไกรลาสติดค้าง

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือชะตากรรมของนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญจำนวนมากที่กำลังเดินทางไปยังภูเขาไกรลาสและทะเลสาบมานสโรวรในทิเบต ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของทั้งศาสนาฮินดู พุทธ เชน และความเชื่อบอนของทิเบต โดยหลายครอบครัวในสหรัฐฯ ยังไม่ได้รับการติดต่อจากญาติที่เดินทางไปแสวงบุญมานานกว่า 80 ชั่วโมงแล้ว บางกลุ่มเป็นผู้สูงอายุที่ต้องได้รับยาและการดูแลทางการแพทย์เป็นประจำทุกวัน ยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับครอบครัวที่รอคอยข่าวคราวอย่างสิ้นหวัง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่ายังไม่ยืนยันการเสียชีวิตของพลเมืองอเมริกันรายใด แต่จำนวนชาวอเมริกันที่ยังติดต่อไม่ได้จำนวนมากทำให้สถานการณ์ยิ่งไม่แน่นอน พร้อมประกาศให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินมูลค่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐแก่ปฏิบัติการกู้ภัย

ความช่วยเหลือระหว่างประเทศ

อินเดียได้ส่งเครื่องบินกู้ภัยบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินราว 10 ตันไปยังเนปาล ประกอบด้วยเต็นท์ที่พักชั่วคราว ผ้าห่ม ชุดสุขอนามัย โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ และยารักษาโรค ขณะที่นายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเนปาล บาเลนทรา ชาห์ พร้อมให้คำมั่นสนับสนุนความช่วยเหลือเพิ่มเติม

เสี่ยงเกิดน้ำท่วมซ้ำจากทะเลสาบเศษซากกั้น

ศูนย์นานาชาติเพื่อการพัฒนาพื้นที่ภูเขาแบบบูรณาการ (ICIMOD) ในกรุงกาฐมาณฑุ ได้ออกมาเตือนว่าเศษซากดินโคลนและก้อนหินที่ตกค้างในแม่น้ำอาจก่อตัวเป็นแนวกั้นตามธรรมชาติ ซึ่งเสี่ยงทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำอีกระลอกหากแนวกั้นดังกล่าวพังทลายลง ด้านเจ้าหน้าที่ทิเบตแถลงว่าทะเลสาบที่เกิดจากการกั้นของเศษซากเริ่มมีการระบายน้ำออกแล้ว และประเมินว่าสถานการณ์โดยรวมค่อนข้างคงที่ ความเสี่ยงที่จะเกิดการพังทลายครั้งใหญ่มีค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม ทีมกู้ภัยยังคงเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตและผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง แม้ความหวังในการพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมจะเริ่มลดน้อยลงตามระยะเวลาที่ผ่านไป ขณะที่ผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 65 รายยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั้งในพื้นที่และกรุงกาฐมาณฑุ