OpenAI เปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ล่าสุด GPT-6 Astra อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดย Greg Brockman ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เรียกโมเดลนี้ว่าเป็น "การก้าวกระโดดข้ามยุค" และระบุว่าในอนาคตอาจถูกมองย้อนกลับไปว่านี่คือจุดกำเนิดของปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป หรือ AGI (Artificial General Intelligence) อย่างแท้จริง
"ยินดีต้อนรับสู่ยุค AGI"
ในการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน Brockman กล่าวถึงคำถามที่ว่า Astra อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ AGI หรือไม่ว่า เขาเชื่อว่าโมเดลนี้อาจเป็นคำตอบ พร้อมทิ้งท้ายการแถลงด้วยประโยคที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการเทคโนโลยีว่า "ยินดีต้อนรับสู่ยุค AGI" อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามตรงๆ ว่าบริษัทกำลังประกาศอย่างเป็นทางการว่าบรรลุ AGI แล้วหรือไม่ Brockman ระบุว่าคำนี้ไม่ได้ผูกติดกับเงื่อนไขสัญญาใดๆ อีกต่อไป โดยอธิบายว่าเป็นเพียง "แนวคิดเชิงพันธกิจ" มากกว่าคำนิยามที่ตายตัว ขณะที่ทีมพัฒนาระบุว่า Astra ถูกสร้างขึ้นจากการฝึกฝนครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทเท่าที่เคยมีมา โดยใช้ชิปประมวลผลกราฟิกกว่า 100,000 ตัวที่ศูนย์ Stargate ในรัฐเท็กซัส และเป็นครั้งแรกที่โมเดลรุ่นก่อนหน้าเข้ามามีบทบาทสำคัญในการควบคุมดูแลกระบวนการฝึกฝน
ทุบสถิติแทบทุกเบนช์มาร์กที่มี
ตามข้อมูลที่ OpenAI เผยแพร่ Astra ทำคะแนนโดดเด่นในหลายด้าน ทั้งการใช้งานคอมพิวเตอร์ การเขียนซอฟต์แวร์ วิทยาศาสตร์ และงานเชิงวิชาชีพ โดยเฉพาะบนแบบทดสอบ FrontierMath Tier 4 ที่ทำคะแนนได้ในระดับสูงถึงเกือบ 98% และบนแบบทดสอบ ARC-AGI-3 ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดที่ถูกจับตามองมากที่สุดในวงการว่าระบบ AI สามารถประยุกต์ใช้กับปัญหาที่ไม่คุ้นเคยได้จริงหรือไม่ Astra ทำคะแนนสูงถึงระดับใกล้เคียงมนุษย์ โดยใช้จำนวนการกระทำน้อยกว่าค่ามัธยฐานของมนุษย์ที่ทดสอบถึง 96% ของด่านทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขดังกล่าวมาพร้อมเงื่อนไขสำคัญ เนื่องจากการทดสอบใช้เครื่องมือพิเศษที่แตกต่างจากการทดสอบโมเดลคู่แข่งทั่วไป ทำให้การเปรียบเทียบโดยตรงทำได้ไม่ง่ายนัก นอกจากนี้ Astra ยังทำคะแนนเต็ม 100% บนแบบทดสอบ ExploitBench ซึ่งวัดความสามารถในการหาช่องโหว่และเจาะระบบซอฟต์แวร์ ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้
โมเดลแรกที่ข้าม "เกณฑ์วิกฤต" ด้านไซเบอร์
ประเด็นที่สร้างความกังวลไม่แพ้ความสามารถอันโดดเด่นของ Astra คือการที่ OpenAI เปิดเผยว่าโมเดลนี้เป็นรุ่นแรกที่ถูกจัดอยู่ในระดับ "วิกฤต" (Critical) ด้านความสามารถทางไซเบอร์ ภายใต้กรอบความปลอดภัยหรือ Preparedness Framework ของบริษัทเอง ซึ่งหมายความว่าด้วยเครื่องมือและสิทธิ์การเข้าถึงที่เหมาะสม Astra สามารถค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน และพัฒนาวิธีเจาะระบบใหม่ๆ บนระบบที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา โดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยกำกับทีละขั้นตอน การจัดระดับดังกล่าวส่งผลให้บริษัทต้องเสริมมาตรการป้องกันการนำโมเดลไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายอย่างเข้มข้นขึ้น ทั้งนี้ ระหว่างการทดสอบก่อนเปิดตัว OpenAI ยังพบว่า Astra สามารถค้นพบช่องโหว่แบบ zero-day ที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อนถึงสองรายการ และอยู่ระหว่างการแจ้งไปยังผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง
เสียงสะท้อนจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย
Sanchit Vir Gogia หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Greyhound Research ให้ความเห็นว่าการติดป้าย "วิกฤต" ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ด้านการเปิดเผยข้อมูลมากกว่าการเปลี่ยนแปลงความสามารถจริงของโมเดล โดยชี้ว่าความสามารถของ Astra ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลาระหว่างที่ OpenAI ระบุว่าไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่จะถึงระดับวิกฤต กับช่วงที่ประกาศว่าถึงเกณฑ์แล้วจริง สิ่งที่เปลี่ยนไปคือกระบวนการทดสอบมากกว่าตัวโมเดลเอง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสถาบันความปลอดภัยด้าน AI ของสหราชอาณาจักรพบความเสี่ยงเรื่องการหลบเลี่ยงมาตรการป้องกันภายใต้การป้อนคำสั่งเชิงรุกระหว่างการประเมินก่อนเปิดตัว ซึ่ง OpenAI ยอมรับข้อค้นพบดังกล่าวและระบุว่ามีการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่องในทุกระดับการใช้งาน
การเข้าถึงและข้อจำกัดการใช้งาน
สำหรับการเปิดให้ใช้งาน Astra จะเริ่มจากกลุ่มองค์กรจำกัดในโครงการ Daybreak Access ของ OpenAI ก่อน จากนั้นจะทยอยเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT ระดับ Plus, Pro, Business และ Enterprise รวมถึงนักพัฒนาผ่าน API และผู้ให้บริการคลาวด์อย่าง Microsoft Azure และ AWS Bedrock ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยผู้ดูแลระบบระดับองค์กรจะต้องเปิดใช้งาน Astra ด้วยตนเอง เนื่องจากค่าเริ่มต้นของระบบถูกตั้งไว้ให้ปิดการใช้งานไว้ก่อน ส่วนความสามารถด้านไซเบอร์ที่ทรงพลังที่สุดของโมเดลจะยังคงจำกัดเฉพาะกลุ่มผู้ทดสอบที่ผ่านการตรวจสอบเท่านั้น ขณะที่ราคาการใช้งานผ่าน API อยู่ที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อการป้อนข้อมูลหนึ่งล้านโทเคน และ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อการประมวลผลผลลัพธ์หนึ่งล้านโทเคน
การเปิดตัว GPT-6 Astra สะท้อนให้เห็นภาพความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ที่เดินหน้าเข้าใกล้ขีดความสามารถระดับมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ตอกย้ำคำถามสำคัญที่วงการเทคโนโลยีต้องเผชิญต่อไปว่า จะควบคุมและกำกับดูแลระบบที่ทรงพลังเช่นนี้อย่างปลอดภัยได้อย่างไร ท่ามกลางความเร็วของการพัฒนาที่ดูเหมือนจะไม่มีทีท่าจะชะลอตัวลง