รัฐบาลเกาหลีใต้เดินหน้าโครงการที่ถูกเรียกว่าเป็นก้าวที่ทะเยอทะยานที่สุดในโลกด้านนโยบายปัญญาประดิษฐ์ ด้วยการประกาศให้สิทธิ์ประชาชนทุกคนในประเทศจำนวนกว่า 51 ล้านคน เข้าถึงบริการแชทบอท AI ได้ฟรีโดยไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน (โทเคน) ภายใต้ชื่อโครงการ "AI for All" หรือในภาษาเกาหลีเรียกว่า "โมดูเอไอ" (ModuAI) ซึ่งจะทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศแรกในกลุ่ม G20 ที่ผลักดันให้การเข้าถึง AI เป็นสิทธิสาธารณะเทียบเท่ากับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือการศึกษาภาครัฐ
เป้าหมาย: ดึงผู้ใช้กลับจาก ChatGPT
จุดเริ่มต้นของโครงการนี้มาจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Ministry of Science and ICT) ของเกาหลีใต้ ซึ่งเปิดประมูลหาผู้ให้บริการตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยจากข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด Wiseapp-Retail พบว่า ประชากรเกาหลีใต้ราวครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 51 ล้านคนใช้แอปพลิเคชัน AI สร้างเนื้อหาในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และส่วนใหญ่เกือบ 23 ล้านคนใช้ ChatGPT ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท OpenAI ของสหรัฐฯ
ตัวเลขนี้เป็นสิ่งที่ แบ คยองฮุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และไอซีทีให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเขากล่าวว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเสนอสิ่งที่ "ดีกว่า" สิ่งที่ประชาชนกำลังจ่ายเงินซื้ออยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้มีชาวเกาหลีใต้เพียง 1.8 ล้านคนที่จ่ายเงินสมัครสมาชิก AI แบบพรีเมียม แม้ว่าจะมีผู้ใช้งาน AI สร้างเนื้อหาเป็นประจำราว 44.5% หรือประมาณ 23 ล้านคนแล้วก็ตาม
สองเฟส เชื่อมต่อบริการรัฐโดยตรง
โครงการ AI for All ถูกออกแบบให้มี 2 เฟสหลัก โดยเฟสแรกคือแชทบอทสำหรับใช้งานทั่วไป ให้บริการฟรีโดยไม่มีการจำกัดปริมาณการใช้งาน มุ่งเป้าไปที่การตอบคำถามในชีวิตประจำวันและงานเขียนต่างๆ ส่วนเฟสที่สองซึ่งมีกำหนดในปี 2027 มีความทะเยอทะยานมากกว่า คือการพัฒนาเอเจนต์ AI เชิงรุกที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ของแต่ละบุคคล ระบุสวัสดิการ ทุนการศึกษา และโครงการภาครัฐที่ตนมีสิทธิได้รับ พร้อมยื่นคำขอแทนประชาชนได้ด้วย
นอกจากนี้บริการดังกล่าวยังจะเชื่อมต่อกับระบบของรัฐบาลโดยตรง ไม่ใช่เป็นเพียงแชทบอทที่ทำงานแบบอิสระ โดยประชาชนจะสามารถใช้จองนัดแพทย์ ค้นหาที่พักอาศัย หรือขอคำปรึกษาด้านภาษี ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กจะสามารถคำนวณภาษีและตรวจสอบสิทธิรับความช่วยเหลือจากรัฐได้ ทางด้านรัฐมนตรีแบยังเปรียบเปรยว่า"AI for All ไม่ใช่เพียงบริการ แต่เป็นเครื่องคิดเลขและคอมพิวเตอร์แห่งยุค AI"
เลือกผู้ให้บริการแล้ว เดินหน้าใช้โมเดลสัญชาติเกาหลี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงวิทยาศาสตร์และไอซีทีได้ประกาศคัดเลือกกลุ่มบริษัทที่จะเป็นผู้รับผิดชอบให้บริการแล้ว โดยเกาหลีใต้มอบหมายให้ SK Telecom, Kakao และ KT เป็นผู้ดำเนินการบริการ AI แห่งชาติแบบให้บริการฟรีสำหรับประชาชนทุกคนภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้เงื่อนไขสำคัญของโครงการคือการกำหนดให้ระบบต้องใช้โมเดล AI สัญชาติเกาหลีเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 50% เพื่อผลักดันแนวคิด "อธิปไตยทาง AI" (AI sovereignty) ไม่ให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติทั้งสหรัฐฯ และจีนมากเกินไป
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน กระทรวงจะจัดสรรชิปประมวลผล Nvidia B200 รวม 512 ตัวให้บริษัทที่ได้รับเลือกใช้ขับเคลื่อนบริการช่วงเริ่มต้น ซึ่งคาดว่าจะรองรับการตอบสนองพร้อมกันได้ราว 2,500-7,500 รายการ ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับช่วงทดสอบเบต้าแต่ยังไม่ใช่ระดับที่รองรับการใช้งานทั่วประเทศตั้งแต่วันแรก โดยในระยะยาวจะพึ่งพาระบบคอมพิวเตอร์ AI แห่งชาติที่มีการจัดซื้อชิปกว่า 13,000 ตัว และมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 50,000 ตัวภายในปี 2030
กฎหมายควบคุม AI ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้พร้อมกัน
ที่น่าสนใจคือ โครงการนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการแก้ไขกฎหมาย AI Basic Act ที่มีผลบังคับใช้พร้อมกับการประกาศโครงการ สะท้อนว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเพียงการให้บริการสาธารณะเท่านั้น แต่ยังเป็นความพยายามดึงผู้ใช้งานจำนวนมากออกจากแพลตฟอร์มต่างชาติมาสู่แพลตฟอร์มในประเทศไปพร้อมกันด้วย
ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายสำคัญอีกกลุ่มคือประชาชนที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้ยาก เพราะจากผลสำรวจของรัฐบาลพบว่าประชาชนทั่วไปใช้งาน AI แล้วถึง 59.4% เทียบกับกลุ่มเปราะบางทางดิจิทัลที่ใช้งานเพียง 31.9% ซึ่งกลุ่มนี้คือกลุ่มเป้าหมายแรกที่เอเจนต์บริการสาธารณะถูกออกแบบมาเพื่อเข้าถึง
ก้าวต่อไป
ตามกำหนดการ บริการเวอร์ชันทดสอบเบต้าแบบเปิดสาธารณะจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ก่อนจะขยายสู่การให้บริการเต็มรูปแบบทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2026 โดยงบประมาณสนับสนุนโครงการมีการยืนยันแล้วว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงปี 2028 ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการนี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าโมเดล AI ที่พัฒนาในประเทศ ควบคู่กับการให้บริการฟรีแบบไม่จำกัด จะสามารถแข่งขันกับคุณภาพของแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์จากต่างชาติได้จริงหรือไม่ ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกกำลังจับตาดูผลลัพธ์นี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจกลายเป็นต้นแบบของนโยบาย AI สาธารณะในอนาคต